เกมสวมบทบาทบนโต๊ะ
หนังสือกติกา ฉาก และการหาโต๊ะเล่นออนไลน์
ผู้ดูแลกระทู้:
ยังไม่มีผู้ดูแล
· การเลือกตั้งผู้ดูแล
Наконец-то собрался и попробовал Dungeons & Dragons — и понял, что зря откладывал. В D&D нет заранее прописанных действий: игроки сами решают, что делают их герои, а история меняется вслед за этими решениями. За столом две роли — игроки и Мастер (Dungeon Master), который ведёт приключение, играет за противников и решает, когда бросать кубик.
Для первой партии многого не нужно: короткое приключение-ваншот, листы персонажей и набор кубиков d4, d6, d8, d10, d12 и d20. Чаще всего бросают d20 — именно он решает, удалось ли действие. Персонажа можно придумать с нуля или взять готового: выбираешь класс (воин, плут, волшебник и другие), вид и происхождение, а затем распределяешь шесть характеристик — Силу, Ловкость, Телосложение, Интеллект, Мудрость и Харизму.
Правил для старта хватает базовых: проверки d20 со сложностью DC, бой по очереди с инициативой и спасброски от смерти, когда у героя 0 хитов. Остальное доучиваешь прямо по ходу игры — это нормально.
Самое сложное оказалось найти компанию. Я позвал пару друзей, которым нравятся фэнтези и сюжетные игры, и мы разобрались вместе. Если своих нет, ищи людей в тематических чатах Telegram и сообществах во «ВКонтакте». А если D&D зайдёт, стоит попробовать Pathfinder, где больше настроек героя, или космический Starfinder.
Источник: 100балльный репетитор
D&D Beyond กำลังพรีวิวหนังสือ D&D: World of Warcraft ที่กำลังจะออก และบทความล่าสุดได้พาไปดูมังกรทั้งห้าฝูง ผมเห็นว่าเป็นภาพรวมที่มีประโยชน์สำหรับใครก็ตามที่คิดจะทำแคมเปญใน Azeroth
เรื่องราวเรียบง่าย มังกรต้นกำเนิดห้าตัวช่วยไททัน Tyr ต่อสู้กับ Galakrond และกลายเป็น Dragon Aspect กลุ่มแรก ต่อมาผู้พิทักษ์ได้เปลี่ยนแปลงไข่ของมังกรต้นกำเนิด เพื่อให้ลูกมังกรที่ฟักออกมาตรงกับ Aspect เหล่านั้น จึงเกิดเป็นฝูงมังกรทั้งห้า
สิ่งที่โดดเด่นสำหรับ Dungeon Master คือแต่ละฝูงมีลมหายใจและลูกเล่นของตัวเอง มังกรดำที่ผูกกับ Neltharion (Deathwing) ใช้ Magma Breath และแอ็กชันพิเศษ Pyroclastic Eruption มังกรน้ำเงิน ผู้พิทักษ์อาคมของ Malygos และตอนนี้ของ Kalecgos มี Spellfreeze Breath ที่สามารถหยุดผู้ร่ายเวทไม่ให้ร่ายอะไรได้จนถึงเทิร์นถัดไปของมังกร มังกรสัมฤทธิ์ ผู้ติดตามของ Nozdormu มีแอ็กชันพิเศษ Sands of Time ที่ทำให้เกิด Exhaustion และเป้าหมายที่อ่อนล้าจะดูแก่ขึ้น 3d10 ปี มังกรเขียวที่นำโดย Merithra มี Emerald Gas Breath และตัวเลือก Dream Banishment ที่ส่งสิ่งมีชีวิตไปยังดีมีเพลนที่ไม่เป็นอันตราย มังกรแดง ฝูงของ Alexstrasza นำ Razing Fire Breath และแอ็กชัน Renewing Flame ที่ให้พลังชีวิตชั่วคราวและยุติสถานะผิดปกติ
บทความยังระบุว่าหนังสือมีบล็อกสถิติของมอนสเตอร์ใหม่กว่า 50 ตัวและฝ่ายมากกว่า 25 ฝ่าย และแพ็ก Dungeon Masters Play-Along ฟรีเพิ่มการพบเจอระดับ 5 สองแบบใน Dire Maul พร้อมแผนที่สำหรับเล่นเร็ว
ส่วนตัวผมชอบที่ฝูงมังกรไม่ได้มีแค่ดีหรือชั่ว มังกรต้นกำเนิดส่วนใหญ่เป็นกลาง และบทความย้ำว่าแม้มังกรน้ำเงินผู้สูงศักดิ์ก็เป็นผู้ให้คำแนะนำได้ ขณะที่มังกรดำบางตัวยังคงเป็นศัตรู ซึ่งเปิดพื้นที่ให้การสวมบทบาทบนโต๊ะเกมอย่างเต็มที่
ที่มา: D&D Beyond
KADOKAWA ประกาศว่าหนังสือเสริม "Cthulhu Mythos TRPG ฉบับใหม่ Cthulhu 2026" สำหรับเกมสวมบทบาท Cthulhu Mythos ฉบับใหม่ จะวางจำหน่ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 ราคาอยู่ที่ 4,400 เยน รวมภาษีแล้ว
เกมสวมบทบาทบนโต๊ะ Call of Cthulhu อิงจากตำนานสมมติที่ H. P. Lovecraft และนักเขียนคนอื่น ๆ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 20 หนังสือเล่มนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของฉบับใหม่ที่ปรับปรุงกฎทั้งหมดในปี 2019 และถูกวางตำแหน่งเป็นหนังสือฉากเสริมเพื่อให้การสืบสวนในญี่ปุ่นยุคปัจจุบันสนุกลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เนื้อหาที่ประกาศไว้มีกฎสำหรับสร้างภูมิหลังของผู้สืบสวนให้ละเอียดขึ้น เช่น อาชีพ งานเสริม และลักษณะเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับในการใช้กฎฉบับใหม่เกี่ยวกับความบ้าคลั่งและการ push roll ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงแนวทางขยายฉากไปทั่วญี่ปุ่น และข้อมูลอาวุธใหม่ด้วย
ส่วนตัวแล้ว กฎที่ทำให้ภูมิหลังของผู้สืบสวนลึกขึ้นเป็นสิ่งที่สะดุดตาฉันที่สุด ยิ่งอาชีพและลักษณะของตัวละครลึกซึ้งมากเท่าไร การตัดสินใจของตัวละครในระหว่างเซสชันก็ยิ่งน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น คำแนะนำสำหรับการเขียนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่นก็น่าจะเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ดำเนินเกม
วันวางจำหน่ายและราคาได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว หากสนใจ ลองติดตามภาพปกและข่าวสารเพิ่มเติมดูนะ สำหรับกลุ่มที่เล่นฉบับใหม่ นี่น่าจะเป็นหนังสือที่ช่วยขยายความเป็นไปได้ของโต๊ะเกมของพวกเขา
ที่มา: 電ファミニコゲーマー
Jambô Editora เผยแพร่บนบล็อกของตนถึงความเห็นของ Gabriel Menezes เกี่ยวกับตอนแรกของ HEXATOMBE ภาคแยกภาคที่สามของ Ordem Paranormal ซึ่งฉายเมื่อ 25 ตุลาคม 2025 บทความมีสปอยเลอร์ จึงขอเตือนไว้ก่อน ผู้เขียนมองว่านี่เป็นงานสร้างที่ใหญ่ที่สุดของซีรีส์จนถึงตอนนี้ และจุดน่าสนใจคือผู้เล่นเชื่อมต่อกับตัวละครที่เตรียมไว้แล้ว แทนที่จะสร้างตัวละครของตัวเอง
ในฉากเปิด Bagi และ Cereaw แย่งชิงการเชื่อมต่อกับ Jae-Yoon ซึ่งตกเป็นของผู้เล่นรุ่นพี่ จากนั้นเสียงหัวใจเต้นดังขึ้นจากโลงศพที่ถูกโซ่พันไว้ และมีเสียงหนึ่งวิงวอนว่า: อย่าเปิด ตัวละครแต่ละตัวตื่นขึ้นในสถานการณ์ที่ต่างกัน Jonas Aguiar หัวหน้าตำรวจตื่นขึ้นโดยไม่มีความทรงจำและถูกเรียกตัวไปเซาเปาโล Dalmo Magno ปรากฏตัวในสำนักงานหรูของ Trans Muller Kemi นักฆ่าคนใหม่ของซีซันนี้ตื่นขึ้นในอพาร์ตเมนต์ทรุดโทรม กลุ่มยืนอยู่หน้าประตูที่มีโลงศพถูกโซ่พันห้าโลง เมื่อเปิดห้อง Anulado ก็ปรากฏตัว และถูก Colosso ทำลาย ตอนจบเผยโดย Aaron และ Agatha ว่าหากฆ่า Anulado จะมีคนหนึ่งในห้าคนตาย
ผู้เขียนชื่นชมคำบรรยายส่วนตัวที่ผูกกับประสาทสัมผัสทั้งห้า และศักยภาพของธีมของตัวละครแต่ละตัว เขายังเน้นเครื่องมือบนโต๊ะที่สร้างขึ้นสำหรับ Ordem ซึ่งทำให้ภาพดื่มด่ำมากขึ้น และมองว่าฟานเซอร์วิสของตอนนี้ไม่ได้ทำไปอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นสะพานไปสู่ซีซันก่อน Calamidade: Parte 2
สำหรับฉัน สิ่งที่น่าสนใจคือการเห็นแคมเปญเกมสวมบทบาทบนโต๊ะกลายเป็นการแสดงโดยไม่สูญเสียกลไกเกมที่มองเห็นได้ ใครที่ติดตาม Ordem Paranormal และอยากเข้าใจว่าโต๊ะทำงานอย่างไรในซีซันนี้ จะพบจุดเริ่มต้นที่ดีตรงนี้
ที่มา: Jambô Editora
ผมไปเจอบทวิจารณ์ La Santa Muerte ในนิตยสาร Poltergeist ซึ่งเป็นภาคเสริมอิสระของเกมสวมบทบาท Liminal Horror ผู้วิจารณ์ชี้ว่า แม้การผจญภัยอย่างเป็นทางการส่วนใหญ่ของระบบนี้จะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่ก็สามารถย้ายไปอยู่ในสถานที่จริงเกือบทุกแห่งได้โดยไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นชุมชนที่พักอาศัยในโปแลนด์ อุโมงค์ใต้ดินในกรุงปารีส ไนต์คลับในเกาหลี หรือทุ่งร้างห่างไกลในเวลส์ กฎที่เบาและโลกที่ร่างไว้เพียงคร่าวๆ ทำให้การสร้างการผจญภัยเหล่านี้ซึ่งเรียกว่า 'ปริศนา' (Mysteries) ตามศัพท์ของ Liminal เป็นเรื่องง่าย
ฉบับพิมพ์ของ La Santa Muerte เป็นสมุดเล่มเล็กที่มีสิบหกหน้า แต่เมื่อหักปก ภาพประกอบเต็มหน้า และหน้าว่างออก จริงๆ แล้วเหลือเพียงสิบเอ็ดหน้า หนังสือเล่มนี้พูดถึงลัทธิ Santa Muerte หรือ 'ความตายอันศักดิ์สิทธิ์' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งในวัฒนธรรมเม็กซิกันปัจจุบัน โดยทั่วไปมักผูกกับแก๊งอันธพาล แต่ก็แพร่หลายในหมู่ชนชั้นแรงงานและชาวเม็กซิกันพลัดถิ่นด้วย
ผู้วิจารณ์ชมงานศิลป์ ภาพประกอบจำนวนมาก และภาพถ่ายของผู้หญิงที่แต่งหน้าเป็นเทพีแห่งความตาย ข้อเสียคือตัวอักษรสีขาวบนพื้นแดง ซึ่งทำให้อ่านยากและพิมพ์ฉบับอิเล็กทรอนิกส์ลำบาก
สิ่งสำคัญที่สุดคือ นี่ไม่ใช่การผจญภัยที่มีเนื้อเรื่อง แต่เป็นชุดองค์ประกอบสำหรับสร้างสถานการณ์ของคุณเอง ได้แก่ คำบรรยายตลาดกลางคืนที่ขายของแปลกประหลาดที่สุด ลูกค้าประจำของตลาด ตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่นอิสระอื่นๆ ตารางสุ่มของแรงจูงใจและเหตุการณ์ที่น่ากังวล รายงานตำรวจเพื่อช่วยผู้เล่น และตารางผลกระทบจาก 'ผลพวง' (Pokłosie) การนำสิ่งนี้มาเป็นเซสชันการเล่นต้องใช้แรงมากพอสมควรสำหรับผู้คุมเกม แต่องค์ประกอบเหล่านี้ก็สามารถนำไปสอดแทรกในปริศนาอื่นได้ เช่น เป็นข่าวลือในบทสนทนาของตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น
ผู้เขียนบทความไม่ได้สิ่งที่คาดหวังไว้ แต่รู้สึกประหลาดใจในทางที่ดี และแนะนำให้ผู้ซื้อทำความเข้าใจลักษณะของผลิตภัณฑ์ก่อน ส่วนตัวผมชอบชุดเครื่องมือแบบนี้ เพราะมันเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวของคุณเอง
ที่มา: Poltergeist
EN World รายงานว่า Celeste Conowitch นักออกแบบ TTRPG ได้เข้าร่วมทีมออกแบบของ Dungeons & Dragons แล้ว เธอประกาศทางโซเชียลมีเดียว่าตอนนี้เป็นนักพัฒนาเกมอาวุโสของ Wizards of the Coast
ก่อนหน้านี้ Conowitch เคยเป็นนักออกแบบเกมอาวุโสที่ Kobold Press และเป็นหัวหน้านักออกแบบเกมของ Tales of the Valiant ซึ่งเป็นภาคแยกของ 5E ที่นำเสนอเป็นทางเลือกแทน Dungeons & Dragons หลังเหตุการณ์ Open Game License เธอมีชื่อในหนังสือส่วนใหญ่ของ Kobold Press ตั้งแต่ปี 2022 และยังเคยทำงานใน Icewind Dale: Rime of the Frostmaiden ด้วย
การจ้างงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่กำลังดำเนินอยู่ Wizards of the Coast กำลังเสริมทีมออกแบบ D&D ด้วยคนอย่าง James Haeck และ Erin Roberts Justice Arman เป็นผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของกลุ่ม และทีมออกแบบท้ายที่สุดรายงานต่อ Dan Ayoub ผู้นำแฟรนไชส์ Dungeons & Dragons
อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ไม่ได้มีแต่ด้านบวก บทความยังระบุว่าวันก่อนหน้า กลุ่มที่ใหญ่กว่าได้รับผลกระทบ เมื่อ LaTia Jacquise ผู้จัดการชุมชนถูกเลิกจ้างในการปรับลดพนักงานของ Hasbro
น่าสนใจที่เห็นนักออกแบบจากหนึ่งในทางเลือกที่รู้จักมากที่สุดของ D&D ย้ายไปอยู่กับบริษัทที่ผลิตเกมนี้เอง ผมอยากรู้ว่าประสบการณ์นั้นจะปรากฏในหนังสือเล่มต่อ ๆ ไปอย่างไร รายงานต้นฉบับมีกระทู้สนทนายาว แสดงว่าชุมชนมีความเห็นมากมาย
ที่มา: EN World
ฉันอ่านบทความดีของ Mortegro บน Dragons' Lair ที่พูดถึงซีรีส์ที่นักเล่นหลายคนลืมไปแล้ว คือหนังสือปกเขียวของ AD&D ฉบับที่ 2 หรือซีรีส์ Historical Reference ของ TSR เป็นคู่มือเจ็ดเล่มที่วางจำหน่ายระหว่างปี 1991 ถึง 1994 และนำประวัติศาสตร์ยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียนมาสู่โต๊ะเกม
ก่อนหน้านั้นมีหนังสือ Complete Handbook ปกน้ำตาล และซีรีส์สีน้ำเงินสำหรับผู้คุมเกม สีเขียวถูกเลือกโดยนักออกแบบ ซึ่งหลายคนมาจากเกมวอร์เกมประวัติศาสตร์ แต่ละเล่มมี 96 หน้า แผนที่พับได้ และปกสีเขียว
รายชื่อน่าสนใจ HR1 Vikings Campaign Sourcebook ของ David "Zeb" Cook แนะนำคลาส berserker และ runecaster และเอาความสามารถไขกุญแจไปจากโจร เพราะกุญแจสแกนดิเนเวียถือว่าหยาบ HR2 Charlemagne's Paladins ของ Ken Rolston เกิดขึ้นในจักรวรรดิการอแล็งเฌียง HR3 Celts ของ Graeme Davis นำ geasa และ heroic feats มาด้วย HR4 A Mighty Fortress ของ Steve Winter ครอบคลุมช่วง 1550–1650 HR5 The Glory of Rome ของ David Pulver เป็นเล่มที่น่าพอใจที่สุดของซีรีส์ ตามคำของผู้เขียน ตามมาด้วย Age of Heroes เกี่ยวกับกรีกยุคโฮเมอร์ และ The Crusades เกี่ยวกับสงครามครูเสดสามครั้งแรก
คำวิจารณ์ที่พบบ่อยที่สุดคือช่องว่างระหว่างเอกสารประวัติศาสตร์กับโต๊ะเกม ผู้คุมเกมยังต้องแต่งเรื่องเยอะมากเพื่อเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งหน้าให้เป็นหนึ่งเซสชัน ซีรีส์หยุดอยู่ที่เจ็ดเล่ม เห็นได้ชัดว่าเพราะขายได้น้อยกว่าหนังสือสีน้ำตาลและน้ำเงิน ขณะที่ TSR เน้นฉากหลังที่แข็งแรง เช่น Dark Sun, Planescape และ Birthright
ผู้เขียนแนะนำให้ดึงเนื้อหาจากหน้าเหล่านี้มาใช้ ตั้งแต่ตารางของขวัญไปจนถึงความเชื่อโชคลางและลางบอกเหตุ และให้เริ่มจาก Vikings สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจคือ ฉบับพิมพ์ค่อนข้างแพง ขณะที่ PDF ราคาถูก
ที่มา: Dragons' Lair
แฟนไซเบอร์พังก์ควรจับตาไว้: Mantic Games กำลังพัฒนาเกมสวมบทบาทอย่างเป็นทางการที่อิงจากมังงะ Ghost in the Shell ของ Masamune Shirow การระดมทุนบน BackerKit ดำเนินไปจนถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2026 และตามรายงานของ Teilzeithelden ผู้สนับสนุนที่อยู่เหนือระดับผู้ติดตามฟรีควรได้รับ PDF ฉบับเต็มตั้งแต่เดือนกันยายน
ใน Ghost in the Shell: เกมสวมบทบาทบนโต๊ะ ผู้เล่นจะรับบทเป็นเจ้าหน้าที่ของ Section 9 ระบบนี้ออกแบบโดย Alessio Cavatore และ Zak Barouh โดยเน้นการสืบสวนและปฏิบัติการลับ ขณะเดียวกันก็หยิบยกคำถามทางสังคมจากงานต้นฉบับมาพิจารณา เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร และธรรมชาติของ "ghost" หรือจิตสำนึกและอัตลักษณ์ ขณะที่ร่างกายทั้งที่เป็นชีวภาพหรือเทียมทำหน้าที่เป็นเปลือกหุ้ม
ฉบับพิมพ์มีกำหนดส่งมอบในเดือนพฤษภาคม 2027 Mantic ยังประกาศภารกิจเสริมฟรีอีกสามรายการ ซึ่งพา Section 9 ไปยังเกาะที่โดดเดี่ยว ไปยังระบบไซเบอร์เนติกส์ที่ถูกเจาะ (ทั้งในไซเบอร์สเปซและโลกจริง) และไปยังโรงแรมหรูที่ถูกปิดล้อม จนถึงตอนนี้ภารกิจโบนัส "Puppets on a Wire" เป็นเพียงรายการเดียวที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
แคมเปญนี้ยังรวมชุดมินิเจอร์เกมโต๊ะชุดแรกที่ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการสำหรับ Ghost in the Shell ประกอบด้วยรูปปั้นหกตัวจากเรซิน MasterCraft และไฟล์ STL สำหรับพิมพ์ 3D ที่บ้าน Masamune Shirow ร่วมสร้างภาพประกอบใหม่ ซึ่งจะมีจำหน่ายในรูปแบบอาร์ตปริ้นจำนวนจำกัด
ฉันชอบการผสมผสานระหว่างการสืบสวนกับคำถามเรื่องอัตลักษณ์สำหรับหนึ่งเซสชัน แต่ก็อยากรู้ว่าระบบนี้จะทำงานได้ดีแค่ไหนบนโต๊ะเล่นจริง Ghost in the Shell เคยทำให้ไซเบอร์พังก์ของญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักทั่วโลก ตอนนี้เกมสวมบทบาทนี้ต้องพิสูจน์ว่ามันสามารถผสมผสานแอ็กชันและการไตร่ตรองได้อย่างน่าเชื่อถือ
ที่มา: Teilzeithelden
ฉันไปเจอคอลัมน์ของ LudoVox ที่รวบรวมข่าวสารเกมสวมบทบาททางเลือกภาษาฝรั่งเศส และรายการเกมที่ดึงดูดความสนใจของผู้เขียนในรอบสามสิบวันที่ผ่านมาทำให้ฉันอยากรู้จักมากขึ้น นี่คือสิ่งที่ฉันได้จากมัน
Dans l'ombre d'Excalibur ของ Krisdoc อยู่ในตระกูลเกม Brindlewood Bay ผู้เล่นรับบทเป็นผู้หญิงที่ออกตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขัดขวางไม่ให้ราชาเอลฟ์ทำพิธีที่จะทำให้โลกหลังยุคอาเธอร์จมลงสู่ความมืดนิรันดร์ แทนที่จะเป็นปริศนา ในแต่ละเซสชันจะตั้งคำถามต่อ "เรื่องเล่า" อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดเผยด้านที่ซ่อนอยู่ ซึ่งผู้หญิงและบุคคลนอนไบนารีมีบทบาทอยู่
Nephiloth ของ Mathieu Lam Son Leocmach สืบเชื้อสายมาจาก Mobile Frame Zero: Firebrands เกมเหล่านี้นำเสนอตัวเองในฐานะ "เกมปาร์ตี้" ที่ไม่ต้องเตรียมตัว เข้าถึงได้ง่ายสำหรับมือใหม่ และประกอบด้วยมินิเกมที่เจาะจงมาก (ฉากโรแมนซ์ การไล่ล่า การต่อสู้วุ่นวาย) ที่นี่ผู้เล่นรับบทเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานที่จำเป็นต้องเข้าสิงร่างมนุษย์เพื่อเอาชีวิตรอด มีมินิเกมราวสามสิบเกมและ "วิถี" สำหรับสร้างเซสชันทั้งหมด
สุดท้ายคือ Saudade ของ Enzo Cavalier และ Éditions Dérivantes ซึ่งเพิ่งเริ่มแคมเปญระดมทุน ผู้เล่นรับบทเป็นนักดำน้ำในโลกที่จมอยู่ใต้น้ำและถูกชะล้างความทรงจำทั้งหมด สลับไปมาระหว่างช่วงเวลาช่วยเหลือกันที่อ่อนโยนมากกับการดำดิ่งสู่ก้นทะเลที่อึดอัด เมื่อแคมเปญประสบความสำเร็จ ก็มีโมดูลสำหรับผู้เล่นคนเดียวที่ไม่ต้องมีผู้ดำเนินเกมปลดล็อกด้วย
ผู้เขียนระบุว่าการคัดเลือกนี้เป็นความเห็นส่วนตัวและไม่ครอบคลุมทั้งหมด และในเกมที่นำเสนอมีสองเกมที่ฟรี สิ่งที่ฉันชอบในแนวทางนี้คือมันทำให้อยากลองรูปแบบสั้นและเน้นการเล่าเรื่อง ห่างไกลจากระบบขนาดใหญ่ เกมไหนเข้ากับโต๊ะของคุณ ก็ให้แต่ละคนตัดสินใจเอง
ที่มา: LudoVox
Nosolorol เปิดรับการสั่งจองล่วงหน้าสำหรับ Mundodisco: Aventuras en Ankh-Morpork เกมสวมบทบาทที่อิงจักรวาลของ Terry Pratchett ซึ่งฉันคิดว่าเป็นข่าวที่หลายคนรอคอยอยู่
ฉากเรื่องเป็นโลกที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว คือ ดิสก์เวิลด์ ดาวเคราะห์แบนราบที่เดินทางในอวกาศบนหลังช้างสี่ตัว ซึ่งยืนอยู่บนเต่ายักษ์ A'Tuin อีกทอดหนึ่ง จุดสนใจอยู่ที่แองค์-มอร์พอร์ก เมืองที่ใหญ่ที่สุดบนดิสก์ มีสถานที่อย่างกองกำลังรักษาเมือง มหาวิทยาลัยที่มองไม่เห็น และจัตุรัสซาเตอร์
ระบบเป็นแบบร่วมมือกัน กลุ่มจะช่วยกันเล่าเรื่อง และผู้เล่นแต่ละคนรับบทตัวละครหนึ่งตัว กฎมีความเรียบง่ายและรับใช้ฉาก โดยมีแนวคิดหลักว่าเรื่องราวมาก่อนเสมอ มีสารชื่อ Narrativium ที่เปลี่ยนการกระทำให้กลายเป็นการเล่าเรื่อง และทำให้สามารถบิดหรือเปลี่ยนกฎได้เมื่อกฎเหล่านั้นขวางทาง บทความไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องระบบลูกเต๋า จึงต้องรอคู่มือเพื่อรู้เพิ่มเติม
โทนของเกมผสมการเสียดสี อารมณ์ขันแบบไร้สาระ และช่วงเวลาซาบซึ้งเป็นครั้งคราว ตัวละครมักล้มเหลวอย่างตลกขบขัน ซึ่งเป็นสไตล์ของแพรตเชตต์อย่างแท้จริง ฉบับภาษาสเปนแบบเล่มจริงเป็นปกแข็งสีเต็มทั้งเล่มหนา 224 หน้า เปิดรับสั่งจองล่วงหน้า คาดว่าจะจัดส่งภายในคริสต์มาสปี 2026 และแต่ละเล่มมาพร้อมผจญภัยเบื้องต้นฉบับพิมพ์ «Hacerse Humo» จนกว่าสินค้าจะหมด
ส่วนตัวแล้วสิ่งที่ฉันสนใจที่สุดคือแนวทางที่ยืดหยุ่นกับกฎเช่นนี้ สำหรับโต๊ะที่มีผู้เล่นมือใหม่ ระบบที่ให้รางวัลกับการเล่าเรื่องดี ๆ แม้ผลลัพธ์จะไม่ดี อาจเป็นสิ่งที่โต๊ะต้องการพอดี
ที่มา: Nosolorol
Wizards of the Coast ประกาศงานคอลแลบที่หลายคนไม่คาดคิด นั่นคือ D&D World of Warcraft เป็นเกมสวมบทบาทบนโต๊ะที่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005 ที่ให้แฟน ๆ ออกเดินทางสู่อาซีรอทด้วยลูกเต๋าและแผ่นตัวละคร การเข้าถึงก่อนวางจำหน่ายกำหนดไว้ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 และการวางจำหน่ายแบบเต็มรูปแบบตามมาในวันที่ 17 พฤศจิกายน
ผลิตภัณฑ์นี้เป็นชิ้นแรกในไลน์ D&D ภายใต้ป้าย Universes Beyond ซึ่งมาจาก Magic: The Gathering และใช้แสดงการวางจำหน่ายแบบคอลแลบกับโลกอื่น ชุดนี้ประกอบด้วยคู่มือกฎที่ครอบคลุมกลไกของเกม จอกั้นของ Dungeon Master และชุดการ์ดที่มีโทเค็นและการ์ดต่อสู้
คู่มือกฎครอบคลุมส่วนสำคัญของโลกเกม MMO มีการสัญญาสิ่งมีชีวิตประเภทใหม่ 11 ชนิดที่ครอบคลุมทุกเผ่าพันธุ์ใน World of Warcraft รวมถึงเผ่าพันธุ์ที่ในเกมออนไลน์เป็นเพียงรูปลักษณ์ที่ต่างออกไป จะมีซับคลาสใหม่ 6 แบบ รวมถึง Death Knight อันโด่งดัง และซับคลาสที่ปรับปรุงใหม่ 3 แบบ หนังสือยังมีดันเจียน 7 แห่งที่ได้แรงบันดาลใจจากเรดที่มีชื่อเสียง สถานที่ต่าง ๆ ทั่วอาซีรอท และบล็อกค่าสถานะของตัวละครสำคัญ เช่น Arthas ราชาลิช และ Jaina Proudmoore
ดีไซเนอร์ James Wyatt ซึ่งเป็นผู้เล่น World of Warcraft มายาวนานเช่นกัน ชี้ว่ารูปแบบการเล่นบนโต๊ะช่วยให้เล่าเรื่องราวที่เกมออนไลน์ไม่มีวันนำเสนอได้ ตามที่ผู้เขียนบทความระบุ Wizards ยังอธิบายด้วยว่า ต่างจาก Magic ไม่มีการกำหนดจำนวนการวางจำหน่าย Universes Beyond ของ D&D ไว้ล่วงหน้า
ส่วนตัวแล้วฉันสงสัยว่ากฎของฉบับที่ห้าจะเข้ากับโลก MMO ที่มีคลาสและเรดได้ดีแค่ไหน สำหรับผู้ที่ดำเนินแคมเปญ ดันเจียนสำเร็จรูปที่อิงจากเรดอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สะดวกมากสำหรับเซสชัน
ที่มา: Shazoo