ศิลปินงานหนังลี่ หว่านหลิง จากฉางฮวา คว้ารางวัลใหญ่สองรางวัลในสหราชอาณาจักรด้วยงานสลักหนังแบบสมจริง
ข่าวที่ทำให้ฉันรู้สึกดีมาก: ลี่ หว่านหลิง ศิลปินงานสลักหนังจาก "บ้านหัตถศิลป์" ในเขตฉางฮวา ส่งผลงานสองชิ้นเข้าประกวด Future Art & Design Award ของสหราชอาณาจักร และได้รับรางวัลแพลตินัมและรางวัลทองคำ
ที่น่าสนใจคือ ผลงานสองชิ้นนี้ไม่ได้ผลดีในการประกวดในประเทศเมื่อปีที่แล้ว ชิ้นหนึ่งถูกปฏิเสธ อีกชิ้นได้เพียงรางวัลชมเชย เธอเพิ่งรู้เรื่องการประกวดของอังกฤษเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ตอนนั้นเหลือเวลาอีกเพียงเจ็ดวันก่อนปิดรับสมัคร เนื่องจากผู้จัดไม่จำกัดจำนวนผลงาน เธอจึงถ่ายภาพผลงานเก่าสองชิ้น ขอให้เพื่อนช่วยแปลคำอธิบายแนวคิดและเทคนิคการสลักที่เธอคิดขึ้นเอง แล้วส่งทั้งหมดทางอีเมล เธอได้รับคำตอบเมื่อวันที่ 30 มีนาคม และหลังจากเพื่อนอีกคนแปลให้ จึงรู้ว่าตัวเองชนะ
ผลงานที่ได้รับรางวัลแพลตินัม "ที่หนึ่งในใจฉัน" สลักบ้านดินที่ทรุดโทรมซึ่งเธอเติบโตมา ต้นกล้วยที่ช่วยเลี้ยงดูครอบครัว พ่อที่ทำงานไม่หยุดหย่อนเหมือนควายน้ำ และพระจันทร์ที่อยากพาเธอกลับบ้านแต่ไม่เคยทำได้ ผลงานที่ได้รับรางวัลทองคำ "ไก่ฟ้าหน้าท้องฟ้ากับลูกน้อย" แสดงไก่ฟ้าหน้าท้องฟ้าแห่งฟอร์โมซา นกที่พบได้เฉพาะในไต้หวัน พร้อมดอกระฆังหยูซานและดอกจันทร์ ลูกนกในภาพมีสามตัวเสมอ เพราะเธอมีลูกสามคน
สิ่งที่ประทับใจฉันที่สุดคือความมุ่งมั่นของเธอในงานสลักหนังแบบสมจริง เธอบอกว่าเทคนิคแบบสมจริงต้องรักษาพื้นผิวของหนังเอาไว้ รูขุมขนต้องเห็นได้ชัด แม้แต่ขนละเอียดหรือขนตาของควายน้ำก็ต้องยังแสดงลายของหนังได้หลังจากทาสีหลายชั้น เธอยังย้ำว่าหนังที่ย้อมสีมักซีดจางไปตามกาลเวลา สีจึงต้องคงที่หลายปี ในความเห็นของเธอ หากงานสลักสูญเสียคุณสมบัติของหนัง ก็สูญเสียคุณค่าในฐานะศิลปะไปด้วย
หลังทำงานหนังมากกว่าสามสิบปี เธอบอกว่างานที่ยากที่สุดไม่ใช่การสลักเอง แต่คือการรวบรวมภาพถ่ายจริงจำนวนมากและผสานกับความคิดของตัวเองเพื่อสร้างภาพใหม่ สำหรับใครที่รักงานหัตถกรรมหนัง นี่เป็นข้อคิดที่ดี: ภาษาของวัสดุเองมักเป็นสิ่งที่ให้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดแก่ผลงาน
ที่มา: 聯合新聞網
ที่น่าสนใจคือ ผลงานสองชิ้นนี้ไม่ได้ผลดีในการประกวดในประเทศเมื่อปีที่แล้ว ชิ้นหนึ่งถูกปฏิเสธ อีกชิ้นได้เพียงรางวัลชมเชย เธอเพิ่งรู้เรื่องการประกวดของอังกฤษเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ตอนนั้นเหลือเวลาอีกเพียงเจ็ดวันก่อนปิดรับสมัคร เนื่องจากผู้จัดไม่จำกัดจำนวนผลงาน เธอจึงถ่ายภาพผลงานเก่าสองชิ้น ขอให้เพื่อนช่วยแปลคำอธิบายแนวคิดและเทคนิคการสลักที่เธอคิดขึ้นเอง แล้วส่งทั้งหมดทางอีเมล เธอได้รับคำตอบเมื่อวันที่ 30 มีนาคม และหลังจากเพื่อนอีกคนแปลให้ จึงรู้ว่าตัวเองชนะ
ผลงานที่ได้รับรางวัลแพลตินัม "ที่หนึ่งในใจฉัน" สลักบ้านดินที่ทรุดโทรมซึ่งเธอเติบโตมา ต้นกล้วยที่ช่วยเลี้ยงดูครอบครัว พ่อที่ทำงานไม่หยุดหย่อนเหมือนควายน้ำ และพระจันทร์ที่อยากพาเธอกลับบ้านแต่ไม่เคยทำได้ ผลงานที่ได้รับรางวัลทองคำ "ไก่ฟ้าหน้าท้องฟ้ากับลูกน้อย" แสดงไก่ฟ้าหน้าท้องฟ้าแห่งฟอร์โมซา นกที่พบได้เฉพาะในไต้หวัน พร้อมดอกระฆังหยูซานและดอกจันทร์ ลูกนกในภาพมีสามตัวเสมอ เพราะเธอมีลูกสามคน
สิ่งที่ประทับใจฉันที่สุดคือความมุ่งมั่นของเธอในงานสลักหนังแบบสมจริง เธอบอกว่าเทคนิคแบบสมจริงต้องรักษาพื้นผิวของหนังเอาไว้ รูขุมขนต้องเห็นได้ชัด แม้แต่ขนละเอียดหรือขนตาของควายน้ำก็ต้องยังแสดงลายของหนังได้หลังจากทาสีหลายชั้น เธอยังย้ำว่าหนังที่ย้อมสีมักซีดจางไปตามกาลเวลา สีจึงต้องคงที่หลายปี ในความเห็นของเธอ หากงานสลักสูญเสียคุณสมบัติของหนัง ก็สูญเสียคุณค่าในฐานะศิลปะไปด้วย
หลังทำงานหนังมากกว่าสามสิบปี เธอบอกว่างานที่ยากที่สุดไม่ใช่การสลักเอง แต่คือการรวบรวมภาพถ่ายจริงจำนวนมากและผสานกับความคิดของตัวเองเพื่อสร้างภาพใหม่ สำหรับใครที่รักงานหัตถกรรมหนัง นี่เป็นข้อคิดที่ดี: ภาษาของวัสดุเองมักเป็นสิ่งที่ให้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดแก่ผลงาน
ที่มา: 聯合新聞網
ความคิดเห็น 0
เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น ด้วยภาษาใดก็ได้
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น