ดนตรีและเครื่องดนตรี
สิ่งที่คุณฟัง เล่น และอุปกรณ์ที่ใช้ รวมถึงวงการดนตรีทั่วโลก
ผู้ดูแลกระทู้:
ยังไม่มีผู้ดูแล
· การเลือกตั้งผู้ดูแล
Kabar yang menurut saya seru banget: Dongker menggandeng Inner Sight Games untuk membuat Dongker vs The Ratocrats, gim roguelite beat 'em up yang musiknya diadaptasi dari album Melankolia Radikal.
Latarnya Ratpublic, negara fiktif yang dikuasai politisi tikus, robot aparat, dan goblin birokrat. Tokoh utamanya Dollar, maskot Dongker yang bisa berubah jadi robot raksasa alias mecha, untuk melawan rezim korup dan menghancurkan simbol-simbol kekuasaan. Jadi selain baku hantam, gim ini juga satir politik.
Ketiga personel Dongker, Delpi, Arno, dan Dzikrie, jadi pilihan pilot dengan gaya bertarung berbeda: karakter gitaris mengandalkan cakar cepat dan perisai energi, vokalis memakai lolongan gelombang kejut dan gigitan, sementara drummer punya pukulan berat dan serangan bor. Pemain akan menjelajahi distrik, kawasan pemerintahan, dan gedung-gedung politik ikonik Ratpublic sambil menghadapi unit antihuru-hara, mesin pengawasan, sampai goblin birokrat.
Bagian musiknya yang paling bikin penasaran: lagu-lagu Melankolia Radikal diolah jadi trek instrumental pengiring pertarungan. Album berisi 11 lagu itu dirilis lewat Greedy Dust Records pada 28 Agustus 2026, termasuk "Takbir Terdengar Kejam", "Lautan Bunga Warna Terang", dan "Lagu Selepas Hujan".
Ini bukan kolaborasi pertama mereka. Sebelumnya ada Dongker Beats, gim ritme bergaya 8-bit untuk ponsel. Dongker vs The Ratocrats masih dalam pengembangan untuk PC lewat Steam, dan tanggal rilisnya belum diumumkan. Kabar terbarunya akan dibagikan lewat Instagram resmi Dongker dan Inner Sight Games.
Sumber: Pophariini
ฉันสอนกีตาร์มานานกว่าสิบห้าปี และมีคำถามหนึ่งคำถามที่ผู้เรียนถามฉันซ้ำๆ: "ฉันควรเริ่มต้นอย่างไรจากศูนย์?" เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกสับสนเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ ที่ดูใหญ่โต คำถามที่สองที่มักจะตามมาคือ "ฉันแก่เกินไปที่จะเริ่มต้นหรือเปล่า?" และคำตอบของฉันคือ "ไม่เลย" ไม่มีช่วงเวลาที่สายเกินไป ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงเวลาที่คุณพร้อมที่จะเริ่มต้น และที่สำคัญที่สุดคือช่วงเวลาที่คุณสามารถสนุกไปกับมันได้
สิ่งแรกที่คุณต้องมีคือกีตาร์ ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน คุณสามารถใช้กีตาร์ที่ยืมมา กีตาร์มือสอง หรือกีตาร์ใหม่ก็ได้ ฉันเริ่มต้นด้วยกีตาร์สเปนที่เสียหายเล็กน้อย ซึ่งญาติของฉันพบว่าถูกทิ้งไว้ในไซต์งานก่อสร้าง หากคุณเล่นกีตาร์ไฟฟ้า แอมป์หรือหูฟังที่มีเอฟเฟกต์หลายแบบจะช่วยได้ แต่ไม่จำเป็นต้องมีในวันแรก
จากนั้นคุณต้องการคำแนะนำ ซึ่งอาจเป็นครูสอนพิเศษ คอร์สเรียนออนไลน์ วิดีโอจาก YouTube หรือโรงเรียนสอนดนตรีในละแวกบ้าน แต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียของตัวเอง และโดยทั่วไปแล้ว การลองผสมผสานหลายๆ วิธีเป็นสิ่งที่ดี สิ่งสำคัญคือการมีแนวทางและไม่ยอมแพ้ การเรียนรู้เกิดขึ้นจากการสะสมความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เช่น คอร์ดที่วันนี้เล่นได้ดีกว่าเมื่อวาน หรือการเปลี่ยนคอร์ดที่เริ่มทำได้โดยไม่ต้องคิด
คำแนะนำสุดท้ายของฉัน: สนุกกับกระบวนการ การดนตรีสำคัญกว่าความเร็ว หากคุณลังเล ให้ลองทำดู เพราะการเล่นดนตรีเป็นประสบการณ์ที่มีค่าและเป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้
แหล่งที่มา: David García
3voor12 เลือก Fat Dog เป็นอัลบั้มประจำสัปดาห์ และหลังจากอ่านรีวิวของ Seth de Wildt ผมก็อยากรู้มาก นี่คืออัลบั้มที่สองของวงจากลอนดอน: Cancel Me (I'm Tired)
วงห้าคนนี้ก่อตั้งขึ้นในช่วงโควิดทางตอนใต้ของลอนดอน เพื่อตอบโต้วงที่จริงจังกับตัวเองมากเกินไป การแสดงสดของพวกเขาขึ้นชื่อว่าเร้าใจและวุ่นวายมาก และวงก็มีสถานะคัลต์ก่อนที่จะมีเพลงทางการออกมาเสียอีก ผู้วิจารณ์บรรยายเดบิวต์ปี 2024 ที่ชื่อ WOOF. ว่าไม่ประนีประนอมและเข้มข้น
ในอัลบั้มใหม่ ความเข้มข้นยังคงอยู่ แต่ก็มีช่วงที่สงบกว่า ชื่ออัลบั้มผสมความเหนื่อยล้าจากการทัวร์ที่ไม่สิ้นสุดเข้ากับวัฒนธรรมการยกเลิก: เมื่อถูกยกเลิกก็อย่างน้อยก็ได้พักสักพัก ดนตรีผสมผสานนิวเวฟ แดนซ์ พังก์ และอินดี้
รีวิวเน้นเพลงบางเพลง “Smile and Wave” เปิดตัวด้วยแนวพังก์ที่หนักแน่นและสนุกเป็นส่วนใหญ่ เพลงไตเติลเป็นซินธ์ป็อปที่ให้บรรยากาศยุค 90 และเหมาะกับการเต้นมากกว่า “Shit love” ทำให้ผู้วิจารณ์นึกถึงช่วงเปิดเรื่องพากย์เสียงไม่ดีของซีรีส์วัยรุ่นอเมริกัน “Heart of Darkness” เป็นเพลงอินดี้ที่ฟังง่ายและมีทำนองติดหู โดยนักร้อง Joe Love อยู่ด้านหน้า ส่วน “Aliens” เพลงปิดท้ายเริ่มเบาๆ แล้วค่อยๆ ใหญ่ขึ้น
ผู้วิจารณ์เรียกอัลบั้มนี้ว่า “พันธุ์ถังขยะที่กระจายไปทุกทิศทาง” ซึ่งต่างจากผลงานก่อนหน้า แต่ยังมีอารมณ์ขันที่จำได้ เป็นแผ่นที่ผมอยากฟังดังๆ ก่อนจะตัดสินใจ และแค่คำบรรยายนี้ก็ทำให้ตื่นเต้นแล้ว
แหล่งที่มา: 3voor12
คดีฉ้อโกงที่ค่อนข้างแปลกในวงการเพลงเพิ่งมีคำพิพากษา และฉันคิดว่าควรเล่าให้ฟัง ตามรายงานของ VnExpress Michael Smith วัย 54 ปี จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ถูกตัดสินจำคุก 18 เดือน คุมประพฤติ 2 ปี และปรับมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์ ฐานหลอกแพลตฟอร์มเพลงออนไลน์เพื่อยึดค่าลิขสิทธิ์
Jamie McDonald อัยการจากสำนักงานอัยการเขตใต้ของนิวยอร์ก กล่าวว่า Smith ใช้ AI ในการฉ้อโกง เอฟบีไอจับกุมเขาในเดือนกันยายน 2025 และเขารับสารภาพในเดือนมีนาคมปีนี้ การกระทำเกิดขึ้นระหว่างปี 2017 ถึง 2024 ใน 3 ขั้นตอน ได้แก่ สร้างบัญชีบอทนับพันบัญชีบน Spotify, YouTube Music, Apple Music และ Amazon Music; ใช้บัญชีเหล่านั้นเปิดเพลงที่ AI สร้างขึ้นซ้ำ ๆ โดยอ้างว่าเป็นผลงานของตัวเอง; และสุดท้ายเก็บค่าลิขสิทธิ์จากยอดฟังปลอม
มีตัวเลขหนึ่งที่สะดุดตาฉัน ตาม Tom's Hardware ในเดือนเมษายน 2023 บัญชีบอทของ Smith เปิดเพลง AI ไป 80.9 ล้านครั้งผ่านแพ็กเกจครอบครัว ขณะที่ผลงานทั้งหมดของ Taylor Swift ในช่วงเดียวกันได้ยอดเปิดบน YouTube Music ผ่านแพ็กเกจครอบครัวเพียง 9.3 ล้านครั้ง เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เขากระจายการเปิดไปยังเพลงนับพัน จึงไม่มีเพลงใดแสดงยอดฟังผิดปกติ และครั้งหนึ่งเขาดูแลบัญชีบอทถึง 10,000 บัญชีพร้อมกัน
บทความยังอ้างความเห็นบน X ที่ว่า Smith ใช้ AI สร้างทั้งดนตรีและผู้ฟัง แล้วทำเงินหลายล้านดอลลาร์จากเพลงที่จริง ๆ แล้วไม่มีใครฟัง สำหรับฉัน เรื่องนี้เตือนว่าศิลปินและวงการเพลงจะต้องแยกผู้ฟังจริงออกจากผู้ฟังปลอมให้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ที่มา: VnExpress
Afisha Daily เขียนถึงอัลบั้มใหม่ของ Shortparis ชื่อ “อีเลียด” แต่บทความของผู้เขียนซึ่งในกองบรรณาธิการแนะนำตัวว่าเป็นแฟนตัวยงที่สุดของวง กลับอ่านเหมือนจดหมายส่วนตัว ผมอยากเล่าประเด็นสำคัญให้ฟัง
อัลบั้มนี้บันทึกร่วมกับนิโคไล โคมยากิน ผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้เขียนแนะนำให้ฟังแผ่นเสียงโดยไม่ต้องอ่านเอกสารข่าวหรือดูปกก่อน เธอเล่าว่าวิดีโอและการแสดงของ Shortparis เคยดูเหมือนคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต และโยงชื่ออัลบั้มเข้ากับความสนใจใหม่ต่อโฮเมอร์ในปัจจุบัน ตามความเห็นของเธอ เนื้อเพลงของเพลงไตเติลและเพลง “ลาก่อน” ก็เข้ากับรูปแบบเดียวกันนี้ “ลาก่อน” เป็นเพลงเดียวที่ระบุผู้แต่งเป็นโคมยากินเพียงคนเดียว ไม่มีชื่อวง
เอกสารข่าวยกคำพูดของเชอร์นีเชฟสกีเรื่อง “เพลงเล็กๆ ที่กล้าหาญและมีชีวิตชีวา” โคมยากินมักอ่านท่อนนี้ออกเสียงในคอนเสิร์ตเพื่อให้ผู้ชมสงบลง เสียงของอัลบั้มหลากหลายมาก ทั้งริฟกีตาร์หยาบ เพลงภาษาฝรั่งเศสที่สละสลวย และเสียงสดใสที่เกือบเป็นร็อกโอเปร่าหรือมิวสิคัล ซึ่งธีมโศกเศร้าและน่ากลัวกลายเป็นมหากาพย์ มีคอรัสกอสเปลและเครื่องเป่าปรากฏอยู่ด้วย
ผู้เขียนจำได้ว่าในข่าวการจากไปของโคมยากินใน Afisha มีการอ้างคำพูดของเขาว่า อัลบั้มถัดไปจะเป็นผลงานที่โดดเด่น สิ่งสำคัญคือ “อีเลียด” เป็นผลงานที่วางแผนออกไว้แต่แรก ไม่ใช่ชุดรวมเพลงหลังความตาย และสำหรับผู้เขียน นี่คือคำตอบที่มีความหมายต่อคำถามว่าการร้องเพลงยังมีคุณค่าอยู่หรือไม่
ผมยังไม่ได้ฟังอัลบั้มทั้งชุด จึงไม่ขอตัดสินเรื่องเสียง แต่วิธีที่ผู้คนพูดถึงมันทำให้อยากเพิ่มแผ่นนี้ลงในรายการฟัง อย่างน้อยก็เพราะ “ลาก่อน”
แหล่งที่มา: Afisha Daily
วันนี้ครบ 20 ปีนับจากการจากไปของมาเร็ก กรเชตูตา และ Interia Muzyka ได้นำเรื่องราวของเขากลับมาเล่าอีกครั้ง ผมอยากสรุปบทความนี้ เพราะมันแสดงให้เห็นศิลปินในอีกด้านที่คนรู้จักน้อยกว่า
กรเชตูตาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2006 ที่เมืองคราคูฟ อายุ 60 ปี เนื่องจากหัวใจล้มเหลว เขาถูกฝังที่ “ถนนแห่งผู้ทรงคุณค่า” ในสุสานราโควิตสกี ดนตรีของเขาผสมบทกวีเข้ากับเพลง แจ๊ส ร็อก และเครื่องดนตรีคลาสสิก เพลงที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเขาได้แก่ “Dni, których nie znamy”, “Niepewność”, “Będziesz moją panią” และ “Wiosna, ach to ty”
เขาย้ายจากซาโมชช์มาที่คราคูฟเพื่อเรียนสถาปัตยกรรม ในปี 1966 เขาร่วมก่อตั้งคาบาเรต์ของนักศึกษาสถาปัตยกรรมชื่อ “อนาวา” กับยัน คันตี ปาวลูชคีเยวิช ซึ่งต่อมากลายเป็นวงของเขา อัลบั้มเปิดตัวปี 1970 ชื่อ “Marek Grechuta & Anawa” มีเพลง “Nie dokazuj”, “Niepewność” และ “Będziesz moją panią” เขาสำรวจแจ๊สร่วมกับวง WIEM (“W Innej Epoce Muzycznej”) ในอัลบั้ม “Droga za widnokres” และ “Magia obłoków”
ความสนใจส่วนใหญ่มุ่งไปที่โรคของเขา กรเชตูตาเป็นโรคไบโพลาร์ และช่วงเวลายากลำบากส่งผลต่องานและการแสดงของเขา บางครั้งเขาต้องหยุดหรือยกเลิกคอนเสิร์ต และลืมเนื้อเพลง บางคนโทษแอลกอฮอล์ แต่ญาติของเขาปฏิเสธ ในหนังสือของมาร์ตา ชตอกฟิช “Chwile, których nie znamy” แม็กดา อูเมร์ บรรยายว่าการทำงานกับเขาในช่วงที่ไม่ดีนั้นยากเพียงใด และคนเดียวที่อดทนกับความวิตกกังวลของเขาได้คือภรรยา ดานูตา ซึ่งเขาแต่งงานด้วยในปี 1970 โคระจำความเครียดจากการทัวร์และความอ่อนไหวของเขาต่อคำวิจารณ์ได้
ในปี 2006 ไม่นานก่อนเสียชีวิต เขาได้รับรางวัลแกรนด์ปรีซ์สำหรับผลงานตลอดชีวิตจากเทศกาลโอโพเล สำหรับผม เรื่องนี้เปลี่ยนวิธีที่ผมฟังเพลงของเขา: ใต้ความสงบนั้นมีอะไรมากกว่านั้นมาก
แหล่งที่มา: Interia Muzyka
มิวสิกวิดีโอของเพลงใหม่ของ RADWIMPS「夕星-ゆうづつ-」ได้เผยแพร่แล้ว ตามบทความของ BARKS เพลงนี้เป็นเพลงประกอบหลักของภาพยนตร์เรื่อง 『汝、星のごとく』 และมิวสิกวิดีโอออกมาในวันเดียวกับที่ภาพยนตร์เข้าฉาย ตัวเพลงเองวางจำหน่ายทางดิจิทัลตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 2 ตุลาคม
มิวสิกวิดีโอกำกับโดย Michihito Fujii ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ถ่ายทำที่เมืองอิมาบาริ จังหวัดเอฮิเมะ ซึ่งเป็นฉากหลักของภาพยนตร์ ในอ่าวที่ตัวละครหลัก Kai Aono และ Akatsuki Inoue ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน วิดีโอผสมฉากที่วงดนตรีแสดงดนตรีเข้ากับฉากจากภาพยนตร์ ฉากการแสดงถ่ายในวันเทศกาลดอกไม้ไฟ Onmaku ที่จัดขึ้นในอิมาบาริเมื่อเดือนสิงหาคม 2026 และว่ากันว่าวงดนตรีแสดงอยู่หน้าดอกไม้ไฟจริง
ผลงานต้นฉบับคือนวนิยาย 『汝、星のごとく』 ของ Yu Nagira ภาพยนตร์นำแสดงโดย Ryusei Yokohama และ Suzu Hirose บทภาพยนตร์โดย Naoko Adachi และดนตรีประกอบโดย Kō Omama เล่าเรื่องความรักและชะตากรรมของคนสองคนตลอด 15 ปี บนเกาะในทะเลในเซโตะ Yojiro Noda แสดงความเห็นว่า "ตัวเราเองเป็นคนกำหนดความสุขของตัวเองได้" และบอกว่าผลงานนี้ทำให้เขามีความหวัง
สิ่งที่น่าสนใจคือการแสดงทางโทรทัศน์ครั้งแรก RADWIMPS จะปรากฏตัวในรายการ 『Music Station』 ของ TV Asahi ในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เวลา 21:00-21:54 น. โดยวางแผนจะแสดง「夕星-ゆうづつ-」ทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก
ส่วนตัวแล้วฉันตั้งตารอดูว่าการแสดงใต้ดอกไม้ไฟจริงและเพลงที่เข้ากับตอนจบของภาพยนตร์จะให้ความรู้สึกแบบไหน ตอนนี้จะดูมิวสิกวิดีโอไปก่อน แล้วรอวัน Music Station
ที่มา: BARKS
มีคำพูดของทอม ยอร์กที่กำลังถูกส่งต่อกัน และฉันพบว่ามันให้ความรู้สึกปลอบใจอย่างประหลาด คือแม้แต่คนที่อยู่เบื้องหลังงานคลาสสิกก็อาจเบื่อมันได้ ตาม NME เล่าว่า ในบทสนทนายาวกับแฮร์รี สไตลส์ ให้ Rolling Stone ยอร์กบอกว่าเขาเบื่ออัลบั้ม OK Computer ของ Radiohead ปี 1997 ไปแล้วก่อนที่มันจะวางจำหน่ายเสียอีก
เหตุผลของเขาเรียบง่าย วงเล่นเพลงเหล่านั้นมาจนมากเกินไปก่อนออกอัลบั้ม จนเขารู้สึกว่าต้องก้าวต่อไป เมื่อผู้จัดการบอกว่าพวกเขาต้องทัวร์สองปีเพื่อโปรโมตอัลบั้ม ยอร์กบอกว่าเขาอ้อนวอนไม่ให้ต้องทำแบบนั้น ทัวร์ดำเนินจากเดือนพฤษภาคม 1997 ถึงเดือนเมษายน 1998 มีการแสดงมากกว่าร้อยครั้ง "สองปีผ่านไปแล้วเรายังไปกันอยู่" เขาพูดและเรียกสถานการณ์นั้นว่ายุ่งเหยิงจริงๆ
เขายังนึกถึงคอนเสิร์ตที่เบอร์มิงแฮมในเดือนพฤศจิกายน 1997 ตอนที่เขาเดินออกมากลางการเช็คเสียง หลุดจากการดูแลของบอดี้การ์ด และไปซ่อนตัวอยู่บนรถไฟ เขาอธิบายว่านั่นคือตอนที่เขาใกล้จะพยายามหนีที่สุด NME ระบุว่ามือเบส คอลิน กรีนวูด เคยเรียกทัวร์นั้นว่าช่วงที่แย่ที่สุดของวงในปี 2003 ส่วนหนึ่งเพราะผลกระทบที่มีต่อยอร์ก
มีเรื่องที่ใหม่กว่านั้นด้วย Radiohead ประกาศการกลับมาแสดงสดในเดือนกันยายน 2025 ซึ่งเป็นการแสดงครั้งแรกในรอบกว่าเจ็ดปี และในเดือนพฤศจิกายนกับธันวาคมปีเดียวกัน พวกเขาเล่นคอนเสิร์ตในอารีนา 20 รอบที่มาดริด โบโลญญา ลอนดอน โคเปนเฮเกน และเบอร์ลิน ยอร์กเล่าให้สไตลส์ฟังว่าทัวร์รวมตัวครั้งนี้ทำให้ความมั่นใจในตัวเองของเขาพังลงอย่างหนัก และต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้นตัว ต้นปีนี้สไตลส์มอบรางวัล Ivor Novello Fellowship ให้เขา และยอร์กได้นำเพลงใหม่ชื่อ "Space Walk" มาแสดงเป็นครั้งแรกตรงนั้น
เพื่อให้เห็นภาพ OK Computer ได้รับการรับรองแผ่นเสียงระดับแพลตินัมห้าเท่าในสหราชอาณาจักร และขายได้มากกว่า 4.5 ล้านชุด โดยซิงเกิลที่รู้จักมากที่สุดคือ "Paranoid Android" และ "No Surprises" สิ่งที่ฉันได้จากเรื่องนี้คืออัลบั้มหนึ่งอาจเป็นผลงานชิ้นเอกสำหรับผู้ฟัง แต่เป็นงานหนักสำหรับคนที่ทำมันขึ้นมา และทั้งสองอย่างอาจเป็นจริงไปพร้อมกันได้
ที่มา: NME
ฉันอ่านคอลัมน์ส่วนตัวของ Guillermo E. Pintos บน Infobae ที่เขียนหลังจากรู้ข่าวการเสียชีวิตของ Piero นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอิตาลี-อาร์เจนตินา ฉันรู้สึกว่านี่เป็นวิธีอำลาศิลปินที่งดงามมาก คือการเล่าว่าดนตรีของเขามีความหมายอย่างไรในบ้านธรรมดาหลังหนึ่ง
Pintos นึกถึงวัยเด็กของตนที่ชานเมือง Olavarría ราวกลางทศวรรษ 1970 จนถึงต้นทศวรรษ 1980 ตอนนั้นวิทยุและเครื่องเล่นแผ่นเสียงเปิดทั้งวัน และเป็นประตูสู่เพลงใหม่ ๆ ของเขา เขาเอ่ยถึง Ricardo Soulé และวง Vox Dei รวมถึงอัลบั้ม «Cuero caliente» ที่ครอบครัวนำมาจาก La Plata ให้พี่ชายของเขา พ่อของเขา Víctor Pintos จัดรายการกีฬาทางสถานีวิทยุท้องถิ่น LU 32 ทุกวันอาทิตย์ และทุกวันพ่อจะเปิดรายการด้วยเพลง «Mi viejo» แล้วอ่านข้อความที่เขียนให้พ่อของตนเอง
สำหรับผู้เขียน เพลงนี้สื่อถึงความรักใคร่ระหว่างชายสองคนที่พูดน้อย และไม่เคยรู้วิธีเข้าใกล้กันหรือบอกความรู้สึกของตัวเอง เขายังนึกถึงคู่หูของ Piero กับนักข่าวและนักเขียน José Tcherkaski ซึ่งเขียนเนื้อเพลงด้วยมุมมองทางสังคมและตัวละครในชีวิตประจำวัน ส่วน Piero รับหน้าที่ดนตรีและการขับร้อง จากความร่วมมือนี้จึงเกิดเพลง «Mi viejo», «Pedro Nadie», «Juan Boliche», «Para el pueblo lo que es del pueblo» และ «Un hombre común»
คอลัมน์ยังเล่าว่า Rubén Blades ตอนเรียนกฎหมายที่ปานามาเคยกล่าวว่า Piero เป็นศิลปินคนแรกที่เขาเห็นนำบัลลาดมาสู่รูปแบบเมืองที่มีเรื่องราวทางสังคม และหลายปีต่อมา Blades ได้แต่งเพลง «Pablo Pueblo» เกี่ยวกับ «Juan Boliche» Pintos สังเกตว่าบาร์เป็นสถานที่เดียวที่ตัวละครนี้มีตัวตนในทางสังคม และชื่อเฉพาะที่หลอมรวมกับชื่อสถานที่ทำให้เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ เขายังนึกถึง Mercedes Sosa ที่ร้องเพลง «Soy pan, soy paz, soy más» ที่ Teatro Ópera ในเดือนกุมภาพันธ์ 1982 ขณะที่ยังอยู่ใต้การปกครองของเผด็จการ ซึ่งเขามองว่าเป็นการเยียวยาร่วมกัน
คอลัมน์จบด้วย «Buen viaje, tano» สิ่งที่ฉันยังคิดถึงคือเพลงสั้น ๆ เพลงหนึ่งสามารถเก็บความรักไว้ได้นานหลายทศวรรษ
ที่มา: Infobae
น่ายินดีที่ได้รู้ว่าคลาวดิโอ บัลโยนีกำลังกลับมาแสดงสดอีกครั้ง ในการพูดคุยที่ ANSA นำมารายงาน นักร้องและนักแต่งเพลงผู้นี้อธิบายว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเขาล้มป่วย เขากลัวว่าจะไม่ได้ก้าวขึ้นเวทีอีกเลย เขาบอกว่าการกลับมาครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ และเวทีคือสถานที่ที่เขาซ่อนตัวได้ดีที่สุด
เพราะการหยุดพักโดยไม่ได้เลือก ทัวร์ใหญ่ GrandTour "La Vita è adesso" ของเขาจึงถูกเลื่อนไปเป็นฤดูร้อนปี 2027 แต่ก่อนหน้านั้นจะมี "Che notte è questa!" คอนเสิร์ตเจ็ดครั้งที่ Piazza di Siena ในวิลลาบอร์เกเซ กรุงโรม วันที่ 24, 25, 27 และ 28 ตุลาคม วันที่ 30 ถึง 31 ตุลาคม และวันที่ 1 พฤศจิกายน
สถานที่นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 1982 บัลโยนีแสดงที่ Piazza di Siena แห่งนี้เอง กับเพลง "Alé-oò" ซึ่งเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตกลางแจ้งขนาดใหญ่ครั้งแรกๆ ของอิตาลี มีผู้ชมราว 250,000 คน เขาจดจำคืนนั้นว่าเป็นจุดเปลี่ยน จนไม่กี่วันต่อมาถึงกับตัดผมเพื่อปิดฉากยุคหนึ่ง สี่สิบสี่ปีให้หลัง เขากลับมาที่นี่อีกครั้ง
การอำลาถูกกำหนดไว้ในวันที่ 23 ตุลาคม 2027 ที่ Fori Imperiali เป็นตอนจบของทัวร์ราว 50 คอนเสิร์ตทั่วอิตาลี บัลโยนีชี้แจงว่านี่อาจไม่ใช่การแสดงสดครั้งสุดท้ายของเขา แต่จะเป็นครั้งสุดท้ายในรูปแบบนี้ และเขาไม่ต้องการค่ำคืนแห่งการฉลองเพียงอย่างเดียว เขายังนึกถึงสถานที่ทั้งหมดในกรุงโรมที่เขาเคยแสดง ตั้งแต่สนามกีฬา Foro Italico ไปจนถึงหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย วาติกัน โคลอสเซียม เรือนจำ และพระราชวังกีรีนาเล สถานที่เดียวที่ยังไม่เคยไป คือลานบ้าน เขาบอก ในวัย 75 ปี เขาใฝ่ฝันว่าสักวันจะได้เล่นที่เซนโตเชลเล ย่านเก่าของเขา
ฉันชอบความจริงใจของคำพูดเหล่านี้ ที่ Campidoglio ซึ่งนายกเทศมนตรี Gualtieri ให้การต้อนรับ ยังมีที่ให้อารมณ์ขันด้วย เมื่อถูกถามเรื่องกลับไปกำกับเทศกาลซานเรโม บัลโยนีพูดติดตลกว่าน่าจะดีกว่าถ้าได้เป็นนายกเทศมนตรีสักหนึ่งวัน
ที่มา: ANSA
กลุ่มศิลปินเกาหลีใต้ BIGBANG กลายเป็นหัวข้อพูดถึงในวงการเพลงอีกครั้งหลังกลับมาไต้หวันอีกครั้งหลังผ่านไป 11 ปี ตามรายงานของสำนักข่าว Central News Agency กลุ่มจัดคอนเสิร์ต «XX : COSMOS» ที่ไทเป โดม ติดต่อกันสามคืนตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม และเฉพาะคืนแรกมีแฟนคลับเข้าร่วมราว 4 หมื่นคน คอนเสิร์ตที่ไต้หวันครั้งก่อนคือ «MADE» ที่ไทเป อารีนา เมื่อปี 2015
ปัจจุบันกลุ่มทำกิจกรรมในรูปแบบสามคนคือ TOP, G-Dragon (GD, ควอน จี-ยอง) และ Daesung แต่ครั้งนี้พวกเขาขึ้นเวทีครบทั้งกลุ่ม นักร้องแมนโดป็อประดับซูเปอร์สตาร์ Jay Chou ส่งช่อดอกไม้มาแสดงความยินดี การแสดงเปิดด้วยเพลง «FANTASTIC BABY» เพลงเด่นที่มียอดชมบนยูทูบ 670 ล้านครั้ง ตามด้วย «HANDS UP», «TONIGHT», «BLUE» และ «LOSER» ระหว่างเพลง «TONIGHT» GD ทำฉากทุบกีตาร์ในตำนานซ้ำอีกครั้ง ทำให้ทั้งฮอลล์ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด
สมาชิกทั้งสามคนยังพยายามสื่อสารกับแฟนคลับชาวไต้หวันด้วย GD ทักทายเป็นภาษาจีนโดยแนะนำตัวว่า «พี่ใหญ่มังกร» Daesung แนะนำตัวเป็นภาษาจีนและบอกว่าคิดถึงแฟนคลับ ส่วน TOP ตะโกนบอกรักเป็นภาษาไต้หวัน TOP ยังเปิดเผยว่าไทเปเป็นจุดแรกในเอเชียของทัวร์นี้ เขาเดินทางมาถึงในคืนก่อนหน้า ได้กินบะหมี่เนื้อวัวและขนมสับปะรด และชื่นชมความอบอุ่นและความกระตือรือร้นของแฟนคลับ
สมาชิกแต่ละคนยังมีการแสดงเดี่ยวด้วย ตอนที่ TOP เดินลงจากเวที เขาลื่นและตกลงสองขั้นบันได แต่รีบคว้าราวจับไว้ได้จึงไม่ล้ม ต่อมาเขาลงไปหาแฟนคลับ จับมือและร้องเพลงไปด้วยกัน ทำให้ทุกคนทั้งประหลาดใจและมีความสุข
แม้จะห่างหายไป 11 ปี ฉันคิดว่าที่คน 4 หมื่นคนร้องเพลงไปพร้อมกันได้ ไม่ได้มาจากเพลงเก่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความจริงใจของสมาชิกที่อยากพูดด้วยภาษาของผู้ชมด้วย ยังเหลืออีกสองคืน ถ้าคิดจะไปก็ลองเช็กรายละเอียดดูได้เลย
ที่มา: Central News Agency
รอคอยอัลบั้มแรกของอีโอลันดามาสักพักแล้ว และ “Quebranto” ก็ออกมาจริง ๆ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ทั้งหมดสิบสามแทร็ก ตอนนี้ฟังได้บนแพลตฟอร์มดิจิทัลแล้ว พร้อมซิงเกิลอย่าง “Olha P’ra Ela”, “Responso” และ “Noite Inteira”
สิ่งที่ฉันสนใจในอัลบั้มนี้คือการกลับไปหารากเหง้าของภาคกลางโปรตุเกส โดยไม่กลายเป็นของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ คำว่า “quebranto” หมายถึงคุณไสยจากสายตาริษยา หรือสภาวะที่คนเราตกอยู่หลังจากถูกใครส่งมันมาให้ คำนี้มาจากหมู่บ้านที่เธอเติบโตขึ้นมา เธอเล่าเองว่าอัลบั้มเริ่มต้นด้วยภาพใครบางคนกำลังถอนคุณไสยให้เธอ แล้วหลังบทสวดก็เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใต้: บาดแผลทางใจ ความกลัว การตัดสินใจ และความเสียใจ
ในแง่ดนตรี วีโอลา บราเกซา (viola braguesa) ปรากฏอยู่แทบทุกเพลง และผสานกับคาวากินโญ เครื่องสาย แอคคอร์เดียน ซินธิไซเซอร์ และเสียงที่โปรแกรมขึ้น อัลบั้มเปิดด้วยเสียงของคุณยายเลนา (Avó Lena) คลอกับกีตาร์และบราเกซา โปรดิวซ์โดย Luar โดยมีอีโอลันดาร่วมโปรดิวซ์ ส่วนผู้แต่งเพลงมีชื่ออย่าง Carolina Deslandes, Agir, LEFT., Milhanas, Extrazen และ xtinto
การแสดงสดเปิดตัวอัลบั้มกำหนดไว้วันที่ 7 ธันวาคม ที่ Coliseu dos Recreios ในรูปแบบ 360º โดยผู้ชมจะนั่งล้อมรอบเวที สำหรับฉัน นี่คืออัลบั้มโปรตุเกสแบบที่อยากฟังในฤดูใบไม้ร่วงนี้พอดี ทั้งบรรยากาศชนบท ทั้งเศร้าสร้อย และร่วมสมัยไปพร้อมกัน
ที่มา: Rádio Comercial