สัตว์เลื้อยคลานหายาก
เกคโค งู และเต่า: การเลี้ยงและมอร์ฟ
ผู้ดูแลกระทู้:
ยังไม่มีผู้ดูแล
· การเลือกตั้งผู้ดูแล
Держу рептилий уже несколько лет и часто вижу, как новички мечтают сразу завести что-нибудь редкое и эффектное. Скажу сразу: «редкая» почти всегда означает «сложная». Это либо вид, который редко встречается в зоомагазинах, либо требующий специфических условий, либо дорогой и даже подпадающий под ограничения.
Из ящериц меня больше всего впечатляют листохвостые гекконы (Uroplatus) — их камуфляж под сухой лист просто невероятный, но они очень хрупкие и требовательные к влажности и вентиляции. Хамелеон Парсона — один из самых крупных и долгоживущих, но по содержанию это высший пилотаж. Новичкам я бы советовал начать с реснитчатого бананоеда или синеязыкого сцинка — они куда проще в уходе.
Из змей красивы зелёные древесные питоны и изумрудные удавы, но они древесные и капризные, точно не для первых шагов. Радужные удавы в редких морфах ценятся дорого, но по сути это те же удавы с красивой чешуёй. Отдельная история — мата-мата, водная черепаха-засадник с необычным плоским панцирем: ей нужен специфический аквариум и живой корм.
Главное, что я вынес за годы: сначала проверяйте законность — некоторые виды запрещены или требуют разрешений, и берите животное только у ответственного заводчика, а не из дикой природы. Учтите и то, что многие рептилии живут десятилетиями, а ветеринара-герпетолога надо найти заранее.
Мой совет — не гонитесь за редкостью ради статуса. Сначала наберитесь опыта на простых видах, а уже потом переходите к чему-то необычному. Тогда и питомцу будет хорошо, и вам спокойнее.
Источник: Тяпа
เป็นข่าวดีสำหรับทุกคนที่รักสัตว์เลื้อยคลาน ตามการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ใน Ecology and Evolution มีเต่ายักษ์ประมาณ 180,000 ตัวอาศัยอยู่บนเกาะปะการังอัลดาบราในเซเชลส์ การประมาณการที่น่าจะถูกต้องที่สุดคือเกือบ 183,000 ตัวทั้งตัวเต็มวัยและกึ่งเต็มวัย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เคยถึงมาก่อนในการนับครั้งก่อนๆ
สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกลึกคือความต่างจากอดีต ในศตวรรษที่ 19 การล่าและการใช้ประโยชน์เกินควรทำให้ประชากรบนเกาะเหลือไม่ถึง 1,000 ตัว อัลดาบราได้กลายเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่เข้มงวดในปี 1981 และเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี 1982 นักวิจัยมองว่าเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จด้านการอนุรักษ์ที่ดีที่สุดในมหาสมุทรอินเดีย เสถียรภาพที่เห็นระหว่างปี 2018 ถึง 2021 เชื่อว่าสัมพันธ์กับการคุ้มครองนี้และการกำจัดสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่รุกราน
แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในความเห็นของฉันคือวิธีการ ทีมวิจัยซึ่งทำงานร่วมกับมูลนิธิหมู่เกาะเซเชลส์และมหาวิทยาลัยเอกซีเตอร์ ใช้แบบจำลองเบย์เซียนแบบลำดับชั้นที่ประมาณจำนวนเต่าที่ซ่อนอยู่ในพืชพรรณหนาทึบด้วย ไม่ได้นับเฉพาะตัวที่มองเห็น ผู้เขียนเตือนว่าไม่ควรเทียบตัวเลขนี้กับเต่า 100,000 ตัวที่นับได้ในปี 1999 แล้วสรุปว่าประชากรเพิ่มเป็นสองเท่า ความต่างส่วนใหญ่มาจากวิธีที่ไปพบสัตว์ซึ่งก่อนหน้านี้มองไม่เห็น
ปัจจุบันมีเพียงสองแห่งในโลกที่ยังมีเต่ายักษ์ป่า คืออัลดาบราและกาลาปากอส และอัลดาบรามีประชากรอิสระที่ใหญ่ที่สุด สำหรับคนที่สนใจเต่าบก นี่เป็นการเตือนใจว่าการปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยในระยะยาวให้ผลตอบแทนจริง
ที่มา: Sciencepost
ข่าวนี้น่าสนใจทั้งสำหรับคนรักสัตว์เลื้อยคลานและคนที่ชอบประวัติศาสตร์ ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติได้บรรยายจระเข้สายพันธุ์ใหม่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากอียิปต์ ผลการศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Royal Society Open Science และสายพันธุ์นี้ได้รับชื่อว่า Herugavialis cairensis
มันอยู่ในกลุ่มแกเวียล ซึ่งเป็นจระเข้ที่มีปากยาวและแคบ ปัจจุบันสัตว์กลุ่มนี้อาศัยอยู่เฉพาะในแหล่งน้ำจืดของอนุทวีปอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่บรรพบุรุษของมันเคยแพร่กระจายไปทั่วโลก ซากของมันถูกพบตั้งแต่ทศวรรษ 1920 ในหินอายุ 45 ล้านปีของชั้นหิน Mokattam รวมถึงกะโหลกที่เกือบสมบูรณ์ เป็นเวลานานที่มันถูกจัดให้อยู่ในสกุล Tomistoma โดยผิดพลาด เพราะคล้ายกับแกเวียลปลอมที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
ทีมจากสหราชอาณาจักร สวีเดน เยอรมนี และอียิปต์ ซึ่งนำโดยพอล เบิร์ก จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสวีเดน ได้ตรวจสอบการจัดจำแนกใหม่ด้วยการสแกนเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และพบลักษณะของกะโหลกที่ทำให้มันแตกต่างจากสายพันธุ์ที่รู้จัก สิ่งที่น่าขำที่สุดคือตัวอย่างนี้ไม่มีปลายจมูก ซึ่งทำให้นักวิจัยนึกถึงจมูกที่เสียหายของสฟิงซ์ใหญ่ อนุสาวรีย์นี้สร้างจากหินชั้นเดียวกับที่พบฟอสซิล ดังนั้นสัตว์ชนิดนี้จึงถูกตั้งชื่อตามเทพโฮรัส ซึ่งอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สร้างสฟิงซ์ ดังที่ศาสตราจารย์ฟิลิป แมนเนียนอธิบายไว้
ประมาณ 45 ล้านปีก่อน พื้นที่นี้ถูกปกคลุมด้วยทะเลตื้น ซึ่งมีแกเวียลอย่างน้อยสามสายพันธุ์อาศัยอยู่ จระเข้หายไปจากพื้นที่นี้อย่างสิ้นเชิงเมื่อราว 6 ล้านปีก่อน เมื่อทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเริ่มแห้งเหือด ฉันชอบที่การค้นพบเก่าจากพิพิธภัณฑ์กลับมามีชีวิตใหม่ได้ด้วยวิธีการสมัยใหม่
แหล่งที่มา: МК
ดีใจที่ได้อ่านว่าปานามายังคงเดินหน้าเพิ่มมาตรการปกป้องเต่าทะเล ที่ชายหาดเบรากรุซ ในจังหวัดปานามาโอเอสเต ได้เปิดศูนย์อนุบาลแห่งใหม่ ซึ่งสามารถย้ายรังที่เผชิญภัยคุกคาม เช่น สัตว์นักล่า หรือสภาพแวดล้อมที่อาจขัดขวางการพัฒนาของไข่ ไปไว้ที่นั่นได้ เพื่อติดตามดูแลตลอดช่วงการฟักไข่
พื้นที่นี้จัดตั้งโดยมูลนิธิ Mi Voz para Tus Ojos และ Tierra Náutica โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและ Servicio Nacional Aeronaval ตามรายงาน โครงการนี้เกิดจากการทำงานหลายปีของโครงการสิ่งแวดล้อมเต่าทะเลของ City ซึ่งรวบรวมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การฝึกอบรม การลาดตระเวน การช่วยเหลือและย้ายรัง รวมถึงกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ให้ชุมชน
ในเวลาเดียวกัน กระทรวงสิ่งแวดล้อมได้ปล่อยลูกเต่าทะเลสายพันธุ์ออลิฟ ริดลีย์ (Lepidochelys olivacea) จำนวน 127 ตัวที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่า Playa La Barqueta Agrícola ในช่วงฤดูวางไข่ เจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานจะเฝ้าดูพื้นที่วางไข่ ระบุตำแหน่งรัง และติดตามจนกว่าไข่จะฟัก การปล่อยลูกเต่าทำในช่วงเช้าตรู่ เพื่อให้ลูกเต่าลงสู่ทะเลได้อย่างเป็นธรรมชาติและเผชิญความเสี่ยงน้อยลง
รองผู้อำนวยการฝ่ายชายฝั่งและทะเล มารีโน อาเบรโก เตือนว่าการอนุรักษ์เต่าทะเลไม่ใช่หน้าที่ของคนเพียงคนเดียวหรือหน่วยงานเดียว ผมเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ และเห็นด้วยกับคำขอของทางการให้เคารพพื้นที่วางไข่และไม่จับต้องไข่หรือลูกเต่า นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการที่อาสาสมัคร ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ สามารถร่วมมือกันเพื่อสัตว์เลื้อยคลาน
ที่มา: Infobae
รายงานของ Mongabay Indonesia ทำให้ผมหยุดเลื่อนหน้าจอ จิ้งจกบ้าน (tokek) กำลังถูกขายอย่างเปิดเผยในมาร์เก็ตเพลซออนไลน์หลายแห่ง ผู้สื่อข่าวพบผู้ขายอย่างน้อยหนึ่งรายที่เสนอขายจิ้งจกที่มีชีวิตในราคาตัวละ Rp30,500 มีของในสต็อก 493 ตัว และอ้างว่าช่วยเรื่องความอดทน โรคหอบหืด และแม้กระทั่งมะเร็งได้ บทความเองไม่ได้ตรวจสอบว่าคำกล่าวอ้างเหล่านั้นเป็นจริงหรือไม่
เรื่องสถานะของสายพันธุ์ คำอธิบายของนักวิจัย BRIN อามีร์ ฮามิดี ทั้งให้ความอุ่นใจและมีความสำคัญ จิ้งจกบ้านอยู่ในภาคผนวก II ของ CITES ตั้งแต่ปี 2019 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันถูกคุกคาม ในบัญชีแดงของ IUCN มันอยู่ในระดับ Least Concern ประเด็นสำคัญคือการค้าต้องถูกกฎหมาย แหล่งที่มาต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ และการค้าต้องยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยการศึกษา Non-Detriment Finding ที่อิงจากการสำรวจประชากร
โควตาการจับจากธรรมชาติสำหรับปี 2026 กำหนดโดยคำสั่งที่ 254 ของผู้อำนวยการใหญ่ KSDAE ปี 2025 รวมทั้งสิ้น 2,509,362 ตัว ส่วนใหญ่ 2,487,750 ตัวมีไว้เพื่อการบริโภค (จิ้งจกแห้ง) และ 21,612 ตัวสำหรับสัตว์เลี้ยง ชวาตะวันออกได้โควตาบริโภคมากที่สุดคือ 480,000 ตัว มีการกำหนดขนาดขั้นต่ำในการจับไว้ด้วยคือความยาวจากปลายจมูกถึงช่องทวาร 15 ซม. ในขณะที่จิ้งจกโตเต็มวัยทางเพศราว 10-11 ซม. จึงประมาณได้ว่าตัวที่ถูกจับน่าจะเคยขยายพันธุ์อย่างน้อยหนึ่งครั้งแล้ว
แต่ประเด็นที่ผมสนใจที่สุดมาจาก Muhammad Fakhri Fauzan จากมหาวิทยาลัย IPB เขาเตือนว่าหากไม่มีการสำรวจใหม่ จะยืนยันได้ยากว่าประชากรในป่ายังปลอดภัยหลังโควตามีผลบังคับใช้ และโควตาอาจสูญเสียฐานทางวิทยาศาสตร์ไป อามีร์เองยอมรับว่าการบังคับใช้ขนาดขั้นต่ำในภาคสนามไม่ง่ายนัก และการกำกับดูแลยังต้องเข้มแข็งขึ้น
ในฐานะคนที่ติดตามโลกของสัตว์เลื้อยคลาน ผมมองว่านี่เป็นการเตือนว่าแม้แต่สัตว์ที่ดูธรรมดาก็ยังต้องการข้อมูล ถ้าคุณคิดจะเลี้ยงสักตัว ควรเลือกตัวที่มาอย่างชัดเจน
ที่มา: Mongabay Indonesia
บางครั้งก็มีงานวิจัยเกี่ยวกับจิ้งจกที่ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่า กองหินที่ดูธรรมดาๆ นั้นซ่อนความหลากหลายไว้มากเพียงใด เดือนนี้นักวิจัยได้บรรยายจิ้งจกสกุล Hemidactylus สายพันธุ์ใหม่สองชนิดจากเขต Nalgonda และ Warangal ในรัฐเตลังคานาของอินเดีย ทั้งสองชนิดอยู่ในกลุ่ม brookii และแขนง Murrayi
Hemidactylus cairnicola หรือ "cairn gecko" เป็นชนิดขนาดกลาง ยาวจากปลายจมูกถึงช่องทวารประมาณ 49 มม. ลำตัวค่อนข้างป้อมและแบนเล็กน้อย หัวใหญ่ และมีแถวปุ่มรูปกรวยมีสันอยู่บนหลัง สิ่งที่ฉันชอบคือถิ่นที่อยู่ของมัน มันอาศัยอยู่บนหินโผล่ในป่าพุ่มและบนกองหินดำที่อยู่ติดกับไร่นาและหมู่บ้าน สีของมันตั้งแต่น้ำตาลอ่อนจนถึงเทาจะเปลี่ยนไปตามก้อนหินที่มันเกาะอยู่ ตอนกลางวันมันซ่อนตัวในซอกหิน ตอนกลางคืนออกหาแมลงกิน มันแบ่งพื้นที่กับจิ้งจกชนิดอื่น กิ้งก่า อะกามา และแม้แต่งูทรายอินเดีย
ชนิดที่สอง Hemidactylus koyaorum รู้จักเฉพาะจากพื้นที่ต้นแบบในเขต Warangal เท่านั้น ทางพันธุกรรมมันใกล้กับ H. treutleri มากที่สุด แต่ลำดับ ND2 ของไมโทคอนเดรียต่างกันร้อยละ 7.0 ถึง 13.5 และสองชนิดใหม่ต่างกันราวร้อยละ 10 สำหรับสัตว์ที่หน้าตาคล้ายกันมาก นี่ถือว่าห่างกันมาก และนั่นคือเหตุผลที่ผู้เขียนเรียกมันว่าสายพันธุ์ที่แยกยาก
สำหรับคนที่เลี้ยงและเพาะพันธุ์จิ้งจก เรื่องแบบนี้เตือนให้นึกถึงว่า "จิ้งจกบ้านทั่วไป" มักเป็นกลุ่มสายพันธุ์ทั้งกลุ่มจริงๆ สัตว์ใหม่ทั้งสองชนิดนี้รู้จักจากจุดเดียวเท่านั้น การค้นพบจึงมาพร้อมคำถามเรื่องการอนุรักษ์ด้วย หวังว่าจะมีการสำรวจถิ่นที่อยู่บนที่ราบแห้งแล้งเหล่านี้เพิ่มเติมตามมา
ที่มา: Reptiles Magazine
เรื่องการค้าสัตว์แปลกที่หายากมักถูกพูดถึงในเพจนี้บ่อย ๆ เลยอยากแบ่งปันข่าวล่าสุดสักเรื่อง ตามแถลงการณ์ของกระทรวงเกษตรและป่าไม้ ยึดงูเหลือมมีชีวิต 67 ตัวได้ที่ด่านศุลกากรคาปึกูเล หลังจากมีคนพยายามนำเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย
ตามรายงาน ทีมอุทยานแห่งชาติและทีมอนุรักษ์ได้ตรวจสอบผู้ที่แสดงพฤติกรรมน่าสงสัยในพื้นที่ศุลกากร เมื่อทีมทำงานอย่างละเอียดจึงพบงูเหล่านั้น สัตว์ที่ถูกยึดได้รับการคุ้มครองและเริ่มกระบวนการฟื้นฟูแล้ว
สิ่งที่ติดอยู่ในใจฉันจากข่าวนี้คือการลักลอบนำงูข้ามพรมแดนแบบนี้เป็นความเสี่ยงร้ายแรงทั้งต่อสัตว์และต่อคน ในฐานะคนที่เลี้ยงสัตว์ในตู้เลี้ยง ฉันเข้าใจว่าสายพันธุ์หายากและน่าสนใจอาจดูล่อใจ แต่การซื้อสัตว์ที่ไม่รู้แหล่งที่มาอาจไปหนุนวงจรลักลอบค้า ดังนั้นฉันคิดว่าขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก่อนซื้อสายพันธุ์ใด ๆ คือการถามถึงที่มาที่ถูกกฎหมายและใบอนุญาต
หวังว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเราจะได้รู้ว่าการฟื้นฟูงูที่ถูกยึดเป็นอย่างไรบ้าง
แหล่งที่มา: TRT Haber
ข่าวเกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลานบางข่าวทำให้จดจำได้นาน และเรื่องของโจนาธานเป็นหนึ่งในนั้น เต่ายักษ์อัลดาบราตัวนี้อาศัยอยู่บนเกาะเซนต์เฮเลนา เชื่อกันว่าฟักออกจากไข่เมื่อปี 1832 และตามการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Science Advances มันเป็นสัตว์บกที่อายุยืนที่สุดที่รู้จักในโลก เมื่อ 144 ปีก่อน มันถูกนำจากเซเชลส์มายังเกาะนี้ในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ เป็นของขวัญให้ผู้ว่าการในยุคนั้น
ทีมที่มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และมูลนิธิ Kallel ได้ตรวจตัวอย่างทางพันธุกรรมของมัน พวกเขาใช้อาหารล่อโจนาธานจนอ้าปากกว้างพอ แล้วเก็บตัวอย่างโดยใช้ไม้ป้ายจากด้านในกระพุ้งแก้ม ทางการไม่อนุญาตให้เจาะเลือด ซึ่งในฐานะคนที่ดูแลสัตว์ ฉันเข้าใจเรื่องนี้ดี ตัวอย่างถูกนำไปเทียบกับเต่าอีกสี่ตัว รวมถึงตัวที่ยังเล็กและตัวที่อายุ 12 ปี ซึ่งทั้งหมดอยู่ในการดูแลของมนุษย์
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เอพิจีโนม หรือเครื่องหมายทางเคมีบน DNA ที่กำหนดว่ายีนใดจะทำงาน มีลักษณะใกล้เคียงกับของสัตว์ที่อายุน้อยกว่ามาก ปกติแล้วมันจะเปลี่ยนไปตามอายุ ผู้เขียนร่วม Justin Gerlach กล่าวว่า ตัวควบคุมการผลิตพลังงานและการซ่อมแซม DNA ในโจนาธานยังคงมั่นคงอย่างน่าทึ่งมาเกือบสองศตวรรษ ทีมยังพบยีนแปรผัน 287 ชนิดที่อาจชะลอการแก่ ด้วยการซ่อมแซมความเสียหายของ DNA ลดการอักเสบ หรือยับยั้งมะเร็ง
สิ่งที่ทำให้ฉันดีใจที่สุดคือ สัตว์ตัวเดียวที่ได้รับการดูแลอย่างดีช่วยงานวิจัยได้ด้วยการเก็บตัวอย่างอย่างอ่อนโยน แทนการเจาะเลือด ว่าเรื่องนี้จะนำมาใช้กับมนุษย์ได้หรือไม่ยังไม่แน่ชัด สำหรับคนที่เลี้ยงเต่า นี่เป็นการเตือนใจที่ดีว่าสัตว์เหล่านี้อยู่กับเราได้นานแค่ไหน
ที่มา: DER SPIEGEL
ฉันเจอข่าวน่าสนใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสัตว์เลื้อยคลาน เลยอยากแบ่งปัน เวสต์โลเทียนา ฟอสซิลอายุราว 345 ล้านปีที่พบในสกอตแลนด์เมื่อปี 1984 ถูกมองว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมาหลายสิบปี แต่ตอนนี้ความเข้าใจนั้นพลิกไปแล้ว
ทีมนักวิจัยจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษใช้รังสีเอกซ์ที่แรงมากที่สถานที่ซินโครตรอนยุโรปในฝรั่งเศส สร้างภายในกะโหลกที่ถูกบดอยู่ระหว่างหินขึ้นมาใหม่แบบดิจิทัล พวกเขาพบกระดูกที่ค้ำจุนเหงือก และปากที่เรียงรายด้วยฟันเล็ก ๆ นับพันซี่ ร่องของเส้นเลือดที่เหลืออยู่บนกระดูกเหงือกบ่งว่าเหงือกเหล่านี้น่าจะทำงานจริงตอนที่สัตว์ยังมีชีวิตอยู่
นั่นหมายความว่าเวสต์โลเทียนาไม่ใช่สัตว์กลุ่มแอมนิโอต ซึ่งรวมถึงสัตว์เลื้อยคลาน แต่เป็นสายวิวัฒนาการที่เก่ากว่าของสัตว์สี่ขา ที่อาศัยในน้ำเหมือนปลา หรือเคลื่อนที่ระหว่างน้ำกับบกเหมือนสัตว์สองชีวิต น่าสนใจที่ลักษณะที่ปรับให้อยู่บนบก เช่น ปลายนิ้วคล้ายกรงเล็บ ปรากฏขึ้นแล้วในระยะที่อยู่ในน้ำและมีเหงือกนี้ สำหรับฉันการที่สมิทสัน นักบรรพชีวินวิทยาที่ตั้งชื่อฟอสซิลนี้ว่าสัตว์เลื้อยคลานที่เก่าแก่ที่สุดเมื่อปี 1990 ได้เข้าร่วมทีมวิจัยด้วยนั้นเป็นเรื่องที่ซื่อตรงและน่าชื่นชม ผลการศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Nature (ลงวันที่ 30 กันยายน 2026)
คนที่เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานมักจินตนาการว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไรก่อนขึ้นบก และการค้นพบนี้ช่วยปรับภาพเหล่านั้นให้ทันสมัย รวมถึงในตำราเรียนด้วย
แหล่งที่มา: Karapaia
ฉันอ่านรายงานเชิงสืบสวนยาวเกี่ยวกับกิ้งก่าหางหนามโอมาน ซึ่งคนที่เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานควรอ่านทุกคน สิ่งที่สะดุดใจฉันคือ สายพันธุ์นี้ที่มีหางเป็นหนามและลำตัวปรับตัวให้เข้ากับทะเลทราย ตอนนี้ถูกขายในเว็บไซต์ซื้อขายสัตว์ในยุโรปในราคา 700 ถึง 1,000 ยูโรต่อตัว
กิ้งก่าหางหนามโอมานเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของโอมาน หมายความว่าในธรรมชาติมันพบเฉพาะที่นั่น ในพื้นที่จำกัด มันขุดโพรงในดินและใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ในนั้น รายงานระบุว่า การศึกษาของนักสัตววิทยาเลื้อยคลานชาวเยอรมัน Thomas Wilms ในปี 2002 ประมาณว่าก่อนปี 1998 วิทยาศาสตร์รู้จักตัวอย่างของมันไม่ถึงสามสิบตัว เขายังเป็นคนแรกที่บันทึกการเพาะพันธุ์ในกรงเลี้ยง และประวัติการค้าของมันก็เริ่มต้นจากตรงนั้น
สิ่งที่น่ากังวลคือสิ่งที่เรียกว่า "การฟอกแหล่งที่มา" (source laundering) รายงานขององค์กร Pro Wildlife ของเยอรมนีชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างจำนวนการส่งออกเล็กน้อยที่โอมานแจ้งอย่างเป็นทางการ กับตัวเลขที่สูงกว่ามากในทะเบียนของยุโรปและสหรัฐฯ ที่ระบุว่าเป็น "เพาะพันธุ์ในกรงเลี้ยง" เช่น 182 ตัวในสหรัฐฯ 130 ตัวในสวิตเซอร์แลนด์ และ 120 ตัวในเนเธอร์แลนด์ นั่นหมายความว่าสัตว์ที่ลักลอบนำเข้าอาจปนเข้าไปในฝูงเพาะพันธุ์ แล้วถูกขายราวกับเกิดในกรงเลี้ยง
หน่วยงานสิ่งแวดล้อมของโอมานอธิบายกิ้งก่าชนิดนี้ว่าเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่นที่มีความสำคัญทางนิเวศสูง และเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพระบบนิเวศแห้งแล้ง ตามความเห็นของฉัน ความหายากและความสวยงามเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุผลที่จะซื้อ ใครที่อยากได้สายพันธุ์หายากควรถามก่อนว่าสัตว์ตัวนั้นมาจากไหนและมีประวัติทางกฎหมายอย่างไร
ที่มา: Al Jazeera Net
งานวิจัยที่ทำในริโอเดจาเนโรทำให้ฉันคิดว่าขยะพลาสติกส่งผลต่อจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์เลื้อยคลานทะเลมากแค่ไหน การศึกษานี้ทำที่หาดอิไตปู ในนิเตอรอย โดยเปรียบเทียบแบคทีเรียของเต่าทะเลสีเขียว (Chelonia mydas) กับแบคทีเรียที่พบบนชิ้นพลาสติก ในน้ำทะเล และบนสาหร่ายในพื้นที่
ผลลัพธ์น่าประหลาดใจ แบคทีเรียของเต่ามีความคล้ายกับแบคทีเรียบนพลาสติกมากกว่าแบคทีเรียบนสาหร่ายซึ่งเป็นอาหารของมัน หรือแบคทีเรียในน้ำ นักวิจัย Filipe Berbeti จากมหาวิทยาลัยกลางฟลูมิเนนเซ กล่าวว่า งานวิจัยก่อนหน้าคาดว่าจุลินทรีย์ของสัตว์ควรจะคล้ายกับของอาหารที่มันกิน มีแบคทีเรียเจ็ดชนิดที่พบร่วมกันกับขยะพลาสติก รวมถึง Vibrio, Pseudomonas, Bacillus, Staphylococcus, Streptococcus, Chryseobacterium และ Clostridium
กลุ่มเหล่านี้มีสายพันธุ์ที่อาจก่อโรคในสัตว์และคนได้ แต่ตัวนักวิจัยเองย้ำว่าไม่มีการวิเคราะห์ใดที่เชื่อมโยงแบคทีเรียเหล่านี้กับโรคในเต่า และสามารถระบุได้เพียงระดับสกุลเท่านั้น จึงยืนยันไม่ได้ว่ามีตัวใดก่อให้เกิดการติดเชื้อ การศึกษาใช้เต่าห้าตัวที่เก็บโดยโครงการอารัวนา ซึ่งทำงานด้านการอนุรักษ์อ่าวกวนาบารา ผลการศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Pollution เมื่อเดือนสิงหาคม
ฉันชื่นชมความตรงไปตรงมาของผู้เขียนต่อข้อจำกัดของงานวิจัยนี้ สำหรับคนที่ติดตามสัตว์เลื้อยคลาน นี่เป็นการเตือนว่าเต่าอาจเป็นพาหะนำแบคทีเรียทะเลไปตามเส้นทางอพยพของมันด้วย
แหล่งที่มา: Super / Agência Brasil